วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4


วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ.2560
                                     

ความรู้ที่ได้รับ

                        โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองในและต่างประเทศ


 โครงการ การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในประเทศไทย       
       🔻 โครงการแม่สอนลูก
- ดำเนินการโดยกรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ
- จัดสำหรับเด็กที่ด้อยโอกาส โดยให้มารดาเป็นผู้สอนเองที่บ้าน
- ใช้วิธีการแนะนำให้รู้จักใช้ทักษะ รู้จักคิดและเรียนรู้มโนทัศน์ด้านต่างๆ
- ใช้รูปแบบการทดลองสอนแม่เพื่อสอนลูกที่บ้าน โดยอาศัยรูปแบบโครงการการเยี่ยมบ้านของประเทศอิสราเอล
- มารดามีความพอใจในกิจกรรม มีความรู้ความเข้าใจและสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆเพิ่มขึ้น
- เนื้อหากิจกรรมในโปรแกรมนี้ เป็นกิจกรรมปฏิสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก  
- ดำเนินการโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.อุบลราชธานี
เป็นโครงการทดลองหารูปแบบในการให้ความรู้แก่กลุ่มสตรีแม่บ้านในชุมชน ได้นำแนวทางของโปรงแกรม Hippy Program ของประเทศอิสราเอล
- เน้นให้ผู้ปกครองมีความพร้อมก่อนส่งลูกเข้าเรียน แม่จะส่งเสริมเด็กด้านต่างๆ เช่น ภาษา การพัฒนากล้ามเนื้อ และสติปัญญา
- มีการบันทึกผลและการปฏิบัติรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของแม่และลูก

       🔻 โครงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กไทย
         ดำเนินงานโดยสำนักสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต เป็นโครงการที่มุ่งเร่งพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กและเยาวชนไทย โดยผลักดันให้ครอบครัวมีส่วนร่วมที่สำคัญ ด้วยการจัดทำชุดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในเด็กและเยาวชนไทย เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง ประกอบด้วย
- แบบสังเกตความคิดสร้างสรรค์ในเด็กสำหรับพ่อแม่
- คู่มือความรู้และการจัดกิจกรรมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
- หลักสูตรการเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์
- ซีดีการเรียนรู้ด้วยตนเองเรื่อง  “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์”
- จัดอบรมพ่อแม่ผู้ปกครองเรื่อง  “การเลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์”

       🔻 โครงการหนังสือเล่มแรก (Bookstart Thailand)
          โครงการหนังสือเล่มแรก เริ่มต้นขึ้นในปี 2546 โดยการริเริ่มของมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก ซึ่งในปีนั้นรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เป็นปีแห่งการอ่าน  ส่วนภาคเอกชนโดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทยได้เริ่มดำเนินโครงการ “รวมพลัง รักการอ่าน” ขึ้นในปีนี้เช่นเดียวกัน  โดยมีเป้าหมายที่จะให้พ่อแม่ลูกมีความสุขร่วมกันในโลกของหนังสือ สร้างพื้นฐานการอ่านและสานสัมพันธ์ในครอบครัว ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยนิสัยรักการอ่านและประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนรวมทั้งองค์กรท้องถิ่นในการรณรงค์โครงการ โดยการจัดทำถุงบุ๊คสตาร์ท (book start) ติดตามประเมินผลครอบครัวในโครงการ




โครงการ การให้ความรู้ผู้ปกครองในต่างประเทศ

        โครงการ การให้ความรู้พ่อแม่ผู้ปกครองในประเทศอิสราเอล
            ประเทศอิสราเอลถือเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาค่อนข้างสูง เพราะถือว่าการศึกษาคือการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพ ดังนั้น จึงมีการจัดการศึกษาให้แก่เด็กอายุ 3-4 ปี โดยรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ งานการศึกษาเด็กโดยพ่อแม่ผู้ปกครองถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบการจัดการศึกษาของอิสราเอลตั้งแต่ระดับอนุบาล การทำงานระหว่างบ้านกับโรงเรียนและชุมชนจึงพบได้ในทุกโรงเรียน ซึ่งถือเป็นงานปกติที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามหน้าที่ 

         โครงการศูนย์ส่งเสริมประสบการณ์เด็กปฐมวัยที่เรียกว่า ALEH  
                     (Early Childhood Enrichment Center)
             ศูนย์ ALEH จะมีกิจกรรมช่วยพ่อแม่ผู้ปกครอง ดังนี้
- สอนแม่ที่อายุยังน้อยให้รู้จักใช่สื่อ-อุปกรณ์ (ของเล่น) เกมการเล่นเพื่อพัฒนาเด็ก และถ้าเด็กมีปัญหาทางด้านพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาก็จะเสนอแนะให้รู้จักกับนักสังคมสงเคราะห์เพื่อรับฟังคำแนะนำ 
- จัดกิจกรรมสอนให้แม่ทำของเล่นให้ลูกหรือคิดสร้างเกมการเล่นกับลูก
- ประสานงานกับคลินิกครอบครัวแม่และเด็ก จัดกิจกรรมเสนอแนะให้แม่ที่ไม่เคยมีเวลาว่างไปร่วมในศูนย์ ALEH เพื่อจัดกิจกรรมในข้อขั้นต้น

         โครงการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับผู้ปกครองและเด็ก
              จัดขึ้นสำหรับเด็ก 4-6 ปี พร้อมด้วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง วัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองใช้เวลาว่างร่วมกับลูกในการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ และสนุกกับกิจกรรม-ผลงานที่ลูกสร้างขึ้น โดยมีวิทยากรเป็นครูจากเนสเซอรี่ หรือ รร.อนุบาลหรือผู้เชี่ยวชาญทางศิลปะ-ดนตรี เกมการศึกษา นาฏศิลป์ ร้องรำทำเพลง ฯลฯ โดยก่อนเริ่มกิจกรรมจะมีกรพูดคุยกับพ่อแม่ถึงกิจกรรมที่จะเล่นกับเด็ก และเมื่อจบกิจกรรมก็จะมีการพูดคุยสรุปและประเมินผลที่ได้ในวันนั้นๆ ระหว่างพ่อแม่ ผู้ปกครองและผู้จัด  

         โครงการ บุ๊คสตาร์ทในประเทศอังกฤษ (Bookstart UK)
               โครงการ บุ๊คสตาร์ท หรือเรียกว่า “หนังสือเล่มแรก” ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ. 2535 โดย นางเวนดี้ คูลลิ่ง ภายใต้ บุ๊คทรัสต์ ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่มีจุดมุ่งหมายในการนำหนังสือสู่คน นำคนสู่หนังสือ
               นับเป็นโครงการแรกของโลกที่ว่าด้วยหนังสือสำหรับเด็กทารก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กทารกในอังกฤษทุกคนได้รับโอกาสและสนับสนุนให้พัฒนาความรู้สึกรักหนังสือและการอ่านไปตลอดชีวิต ด้วยการจัดสรรให้เด็กทารกทุกคนได้รับ “ถุงบุ๊คสตาร์ท”


         โครงการ บุ๊คสตาร์ทในประเทศญี่ปุ่น (Bookstart Japan)
               เมื่อปี พ.ศ. 2543 ญี่ปุ่นประกาศให้เป็น “ปีแห่งการอ่านของเด็ก” และได้มีการนำโครงการบุ๊คสตาร์ทของประเทศอังกฤษเข้ามาเผยแพร่ในญี่ปุ่น โดยมีศูนย์สนับสนุนบุ๊คสตาร์ทเป็นเจ้าของโครงการ ด้วยหลักการและเหตุผลที่ว่า ภาษามีความสำคัญต่อการหล่อเลี้ยงจิตใจเด็ก เด็กเล็กต้องการอ้อมกอดอันอบอุ่นและเสียงพูดคุยอย่างอ่อนโยน  โครงการบุ๊คสตาร์ทสนับสนุนสัมผัสอันอบอุ่นโดยมี “หนังสือภาพ” เป็นสื่อกลาง โดยทดลองที่เขตสุงินามิ ในกรุงโตเกียวเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2544 ได้รับความร่วมมือจากศูนย์อนามัย ห้องสมุดและหน่วยงานสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กสามองค์กรร่วมกันแจกถุงบุ๊คสตาร์ทแก่แม่ที่พาลูกมาตรวจสุขภาพในช่วงอายุ 4 เดือน โดยมีเป้าหมาย 200 ครอบครัว และก็ได้มีการแพร่ขยายไปอย่างรวดเร็วในประเทศญี่ปุ่น


สรุป
           จากโครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศที่ได้ยกตัวอย่างมานั้น จะเห็นได้ว่าทุกประเทศให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาเด็กตั้งแต่เด็กปฐมวัย ซึ่งมีความสำคัญยิ่ง เป็นวัยแห่งการเริ่มต้นที่ดีของชีวิต พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องเป็นผู้ที่มีความพร้อมและมีคุณภาพในการดูแลเด็ก เพื่อให้เด็กได้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศ 


คำถามท้ายบท

1. ในการดำเนินโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศมีเป้าหมายร่วมกันอย่างไร
ตอบ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัยให้ไปในทิศทางเดียวกัน

2. นักศึกษามีแนวคิดอย่างไรที่จะสนับสนุนให้โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จงอธิบาย
ตอบ จัดทำโครงการให้ความรู้ผู้ปกครอง โดยให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกับเด็กเช่น จัดโครงการประดิษฐ์ของเล่นจากวัสดุเหลือใช้ ก็จะให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมร่วมประดิษฐ์กับเด็ก

3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นผู้ที่ให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยในอนาคต จงยกตัวอย่างขององค์ความรู้หรือเรื่องที่ต้องการจะถ่ายทอดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อใช้ในการเลี้ยงดูเด็ก มา เรื่องพร้อมอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ 
ตอบ  3.1เรื่องอาหารและโภชนาการ เช่น เด็กในแต่ละช่วงวัยควรรับประทานอาหารอย่างไรให้เหมาะกับวัยนั้นๆ
        3.2เรื่องพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัย เช่น การส่งเสริมทักษะของเด็กให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก
        3.3สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย เช่น การประดิษฐ์ของเล่นจากวัสดุเหลือใช้ เป็นการให้ผู้ปกครองได้ใช้เวลาร่วมกับเด็ก
        3.4นิทานสำหรับเด็กปฐมวัย เช่น การเลือกนิทานที่ดีและเหมาะกับเด็ก
        3.5เพลงสำหรับเด็ก เช่น การร้องเพลงช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กอย่างไร

4. การให้ความรู้ผู้ปกครองสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมเด็กหรือไม่อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การให้ความรู้ผู้ปกครองสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมเด็ก เพราะ การให้ความรู้ผู้ปกครองเกี่ยวกับเรื่องราวของเด็ก เช่น เด็กในวัยนี้จะมีพฤติกรรมแบบนี้ แต่เด็กยังไม่แสดงพฤติกรรมออกมา ก็ทำให้ผู้ปกครองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยส่งเสริมพฤติกรรมนั้นของเด็กให้แสดงออกมา

5. นักศึกษาจะมีวิธีในการติดตามผลการให้ความรู้ผู้ปกครองอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ พูดคุยกับผู้ปกครอง

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3

วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2560

ความรู้ที่ได้รับ
บทที่ 3  การสื่อสารกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
➥ เกมส่งเสริมเรื่องการสื่อสาร
➥ ความหมายของการสื่อสาร
➥ ความสำคัญของการสื่อสาร
➥ รูปแบบของการสื่อสาร
➥ องค์ประกอบของการสื่อสาร
➥ วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร
➥ ประเภทของการสื่อสาร
➥ ธรรมชาติและพฤติกรรมกาารเรียนรู้ของผู้ปกครอง

✰ เกมส่งเสริมเรื่องการสื่อสาร ✰
เกมสื่อความหมาย อาจารย์อธิบายให้เพื่อน 1 คนฟัง แล้วให้เพื่อนออกมาทำท่าทางให้ดูว่ากำลังทำอะไร

เกมทายคำ แบ่งทีมเป็น 2 ฝ่าย อาจารย์มีคำมาให้ทีมละ 7 คำ ทีมดทายได้เยอะกว่าเป็นฝ่ายชนะ

เกมพรายกระซิบ แบ่งทีมเป็น 2 ฝ่าย ให้เพื่อน 1 คน เลือกคำจากอาจารย์แล้วจำไปบอกเพื่อนทีละคน จนถึงคนสุดท้ายให้บอกว่าเพื่อนคนแรกพูดว่าอะไร

เกม ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร กับใคร ออกมาหน้าห้อง 6 คน โดยแต่ละคนเขียนสิ่งตัวเองได้ตามลำดับ เช่น แม่ทำกับข้าวที่ห้องครัวตอนเช้าอย่างอร่อยกับลูก



✰ ความหมายของการสื่อสาร ✰

     การติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารให้ผู้ส่งสารและผู้รับสารมีความเข้าที่ตรงกัน

✰ ความสำคัญของการสื่อสาร ✰

    ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย และทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ

✰ รูปแบบของการสื่อสาร ✰

    รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล (Aristotle’s Model of Communication)



    รูปแบบการสื่อสารของลาล์สเวล (Lasswell’s Model of Communication)


    รูปแบบการสื่อสารของแชนนอนและวีเวอร์ (Shannon & Weaver’s Model of Communication)


    รูปแบบการสื่อสารของออสกูดและชแรมม์ (C.E Osgood and Willbur Schramm’s )


   รูปแบบการสื่อสารของเบอร์โล (Berlo’s Model of Communication)


 ✰ องค์ประกอบของการสื่อสาร ✰

1. ผู้ส่งข่าวสาร (Sender)
2. ข้อมูลข่าวสาร (Message)
3. สื่อในช่องทางการสื่อสาร (Media)
4. ผู้รับข่าวสาร (Receivers)
5. ความเข้าใจและการตอบสนอง

✰ วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร ✰

1.เพื่อแจ้งให้ทราบ บอกกล่าวข่าวสารข้อมูล ความต้องการของตนให้ผู้รับได้ทราบ
2.เพื่อสอน ให้ผู้รับมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางด้านความรู้
3.เพื่อสร้างความพอใจ มุ่งใ้ดกิดผลทางด้านอารมณ์
4.เพื่อชักจูงใจ มุ่งเน้นให้ผู้รับยอบรับปฏิบัติตาม

✰ ประเภทของการสื่อสาร ✰

1.จำแนกตามกระบวนการหรือการไหลของข่าวสาร
➝ การสื่อสารทางเดียว (One-Way Communication) คือ ไม่มีการตอบกลับ
➝ การสื่อสารสองทาง (Two-Way Communication) คือ การสื่อสารที่มีการส่งข่าวสารกลับไปมาระหว่างผู้สื่อสาร

2.จำแนกตามภาษาสัญลักษณ์ที่แสดงออก
➝ การสื่อสารเชิงวัจนะ (Verbal Communication) คือ การใช้ภาษาพูดในการสื่อสาร
➝ การสื่อสารเชิงอวัจนะ (Non-Verbal Communication) คือ การใช้ภาษาท่าทาง

3.จำแนกตามจำนวนผู้สื่อสาร
➝ การสื่อสารส่วนบุคคล (Intrapersonal Communication)
➝ การสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Communication)
➝ การสื่อสารมวลชน (Mass Communication)

✰ ธรรมชาติและพฤติกรรมกาารเรียนรู้ของผู้ปกครอง ✰



การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

ครูจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องของการสื่อสาร และการศึกษาธรรมชาติและการเรียนรู้ของผู้ปกครอง เพื่อที่จะสามารถให้ความรู้แก่ผู้ครองได้อย่างเต็มที่

ประเมินผล

ตนเอง: ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
เพื่อน:  ตั้งใจเรียน และให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม
อาจารย์: มีกิจกรรมมาให้ทำเพื่อไม่ให้รู้สึกเบื่อ และสอดแทรกความรู้ไว้ในกิจกรรม


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา
ผู้ส่งข่าวสาร (Sender)
ข้อมูลข่าวสาร (Message)
สื่อในช่องทางการสื่อสาร (Media)
ผู้รับข่าวสาร (Receivers)
การสื่อสารทางเดียว (One-Way Communication) 
การสื่อสารสองทาง (Two-Way Communication)
การสื่อสารเชิงวัจนะ (Verbal Communication) 
การสื่อสารเชิงอวัจนะ (Non-Verbal Communication)
การสื่อสารส่วนบุคคล (Intrapersonal Communication)
การสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Communication)
การสื่อสารมวลชน (Mass Communication)

คำถามท้ายบท
1.จงอธิบายความหมายและความสำคัญของการสื่อสารมาโดยสังเขป
ตอบ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารให้ผู้ส่งสารและผู้รับสารเกิดความเข้าใจตรงกันทั้ง 2ฝ่าย

2.การสื่อสารมีความสำคัญกับผู้ปกครองอย่างไร
ตอบ การเข้าใจและสื่อสารให้ชัดเจนกับผู้ปกครองมีผลต่อการให้ความรู้ผู้ปกครอง เพื่อที่จะให้การให้ศึกษาผู้ปกครองมีประสิทธิภาพที่สุด

3.รูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ผู้ปกครอง ควรเป็นรูปแบบใด จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ รูปแบบการสื่อสารของลาล์สเวล คือ ผู้ส่งสารส่งสารไปให้ผู้รับสาร เช่น ครูแจ้งข่าวสารกับผลว่าต้องการให้เดกเอาของใช้ในบ้านมาคนละ 1 อย่างผ่านป้ายประกาศหน้าห้อง

4.ธรรมชาติและการเรียนรู้ของผู้ปกครองควรมีลักษณะอย่างไร
ตอบ 4.1 เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด  4.2 ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน 4.3 เรียนรู้ได้มีดีจากการฝึกปฏิบัติ

5.ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนพฤติกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก ประกอบด้วยปัจจัยด้านใดบ้าง
ตอบ 5.1 ความพร้อม  5.2 ความต้องการ  5.3 อารมณ์และการปรับตัว  5.4 การจูงใจ  5.5 การเสริมแรง  5.6 ทัศนคติและความสนใจ  5.7 ความถนัด


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2


วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2560



ความรู้ที่ได้รับ
บทที่2หลักเบื้องต้นในการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
➥ ความหมายของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
➥ ความสำคัญของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
➥ วัตถุประสงค์ในการการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
➥ รูปแบบในการการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย
➥ แนวทางการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

✰ ความหมายของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง ✰

     เป็นนโยบายของการจัดการศึกษาปฐมวัยที่ให้ผู้ปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เมื่อผู้ปกครองได้รับความรู้ในเรื่องของการดูแล อบรมเลี้ยงดู และให้การศึกษาเด็กแล้ว ผู้ปกครองจะเข้าใจถึงจุดหมายที่สำคัญของการพัฒนาเด็ก ทำให้สามารถพัฒนาเด็กได้ไปในทิศทางเดียวกันกับโรงเรียน และเพื่อให้เด็กเจริญเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ


✰ ความสำคัญของการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง ✰

1.สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กให้แก่ผู้ปกครอง
2.ผู้ปกครองเข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของตนที่มีต่อการศึกษาของเด็ก
3.ลดความขัดแย้งในการดำเนินการกับทางสถานศึกษา
4.เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนสนับสนุนการศึกษาของเด็ก
5.ช่วยทำให้สถาบันครอบครัวมีความแข็งแรง

✰ วัตถุประสงค์ในการการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง ✰

    เพื่อให้ผู้ปกครองเข้ามามีบทบาทในการอบรมเลี้ยงดูเด็กและได้ความรู้ในการส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก

✰ รูปแบบในการการให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย ✰


แบ่งเป็นฐานลักษณะการเรียนรู้ได้ 3 แบบ

1.การใช้บ้านเป็นฐานการเรียนรู้ (home base) เป็นการจัดกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครองถึงที่บ้าน เช่น การเยี่ยมบ้าน การส่งจดหมายถึงบ้าน
2.การใช้โรงเรียนเป็นฐานการเรียนรู้ (school base) เป็นการจัดกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครองที่โรงเรียน เช่น การประชุมผู้ปกครอง การจัดแสดงผลงานเด็ก 
3.การใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ (community base) เป็นการเผยแพร่ความรู้ผ่านชุมชน เช่น หมู่บ้าน โทรทัศน์ ระบบอินเทอร์เน็ต วารสาร เป็นต้น 

✰ แนวทางการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย ✰

ฉันทนา ภาคบงกช (2531) เสนอแนวทางการให้ความรู้ผู้ปกครองไว้ดังนี้



Linda Bierstecker, 1992 เสนอแนวทางในการเตรียมการให้ความรู้ผู้ปกครองไว้ดังนี้



การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

การให้ความรู้ผู้ปกครองผู้ปกครองจำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานทุกฝ่าย เพื่อดำเนินการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้ปกครอง

ประเมินผล

ตนเอง: เกิดอาการง่วงตอนท้ายๆ แต่สามารถดึงสติกลับมาตั้งใจเรียนได้
เพื่อน: บางคนตั้งใจจดตลอด มีสมาธิกับการเรียน
อาจารย์: อธิบายเนื้อหาได้อย่างเข้าใจ


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา

Educational Networking   การสร้างเครือข่ายทางการศึกษา
Understanding  การสร้างความเข้าใจ
Behavior change  การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
Parental Involvement  การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง
Role of parent  บทบาทหน้าที่ของผู้ปกครอง
Parent education model  รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครอง
Formal education   การให้ความรู้แบบเป็นทางการ
Informal education   การให้ความรู้แบบไม่เป็นทางการ

คำถามท้ายบท
1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองมีความสำคัญอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ เพื่อให้ผู้ปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วมในการการจัดการศึกษาให้แก่เด็ก และเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายที่สำคัญในการพัฒนาเด็ก รวมถึงให้การดำเนินงานทางการศึกษาระหว่างบ้านและโรงเรียนไปในทิศทางเดียวกัน



2.ในสถานศึกษาเด็กปฐมวัยสามารถดำเนินกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองในลักษณะหรือรูปแบบใดบ้างจงอธิบาย และยกตัวอย่างของกิจกรรม


ตอบ 1) รูปแบบการใช้บ้านเป็นฐานการเรียนรู้ เช่น การไปเยี่ยมบ้าน ซักถามความเป็นอยู่ของเด็ก 
       2) รูปแบบการใช้โรงเรียนเป็นฐานการเรียนรู้ เช่น การจัดนิทรรศการให้ความรู้ในเรื่องต่างๆแก่ผู้ปกครอง 
       3) รูปแบบการใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ เช่น การการเผยแพร่ความรู้บนเฟซบุ๊ก


3. นักศึกษามีแนวคิดอย่างในการใช้บ้านเป็นฐานของการให้ความรู้ผู้ปกครอง
ตอบ เข้าถึงผู้ปกครองได้ง่าย ทำให้ผู้ปกครองอยากที่จะมีส่วนร่วมกับทางโรงเรียน

4. องค์ความรู้ที่จำเป็นในการให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยเกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง
ตอบ 1.วิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็ก  2.พัฒนาการของเด็ก  3.การยอมรับและเข้าใจในตัวเด็ก



บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 12

นำเสนอโครงการ ชื่อโครงการ ศิลปะสร้างสรรค์เพื่อ พัฒนาการของลูกรัก หลักการและเหตุผล        กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่จะช่วยเชื...